ความหมายของ “Turn sth on sb” และวิธีใช้พร้อมตัวอย่าง

“Turn sth on sb” หมายความว่าอย่างไร?

“Turn sth on sb” หมายถึงการหันสิ่งที่เป็นลบ เช่น การตำหนิหรือความโกรธ ไปยังผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางที่ไม่คาดคิด

บทนำ

วลีสั้น “Turn sth on sb” มักใช้เมื่อใครบางคนเปลี่ยนท่าทีหรือพฤติกรรมกับอีกคนอย่างกะทันหัน โดยมักเกี่ยวข้องกับสิ่งลบ เช่น การโทษ โกรธ หรือวิจารณ์ผู้อื่น การเข้าใจความหมายของ “Turn sth on sb” ช่วยให้ผู้เรียนรู้ทันเมื่อมีการโยนความรับผิดชอบหรือความไม่พอใจในบทสนทนา วลีนี้พบได้บ่อยทั้งในภาษาอังกฤษที่พูดและเขียน ทำให้เป็นประโยชน์สำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

กล่องข้อมูลด่วน

  • สำนวนวลี: turn something on somebody
  • ชนิด: กริยาที่ต้องมีกรรม
  • ระดับ: B2
  • ความหมายสั้น ๆ: การโยนความผิด โกรธ หรือวิจารณ์ไปที่ใครบางคน

โครงสร้าง (กฎไวยากรณ์)

“Turn sth on sb” เป็นวลีคำกริยาที่แยกได้ ซึ่งหมายความว่า กรรม (บางสิ่ง) สามารถอยู่ระหว่างคำว่า “turn” กับ “on” หรืออยู่หลังคำว่า “on” ได้

  • turn something on somebody (ทำอะไรบางอย่างกับใครบางคน)
  • turn on somebody something (เปิดบางสิ่งใส่ใครบางคน)

Example: She turned the blame on him. / She turned on him the blame. (เธอโยนความผิดให้เขา / เธอโยนความผิดให้เขา)

จะใช้คำว่า Turn sth on sb อย่างไร?

ใช้ “turn sth on sb” เมื่อมีคนเปลี่ยนความรู้สึกหรือการกระทำในเชิงลบไปยังอีกคนอย่างกะทันหัน มักใช้ร่วมกับคำอย่างเช่น blame, anger, criticism หรือ suspicion

จัดประโยคของคุณให้มีกรรม (sth) และผู้รับกรรม (sb) อย่างชัดเจน คำกริยา “turn” แสดงถึงการกระทำที่โยกย้ายบางสิ่งไปยังผู้อื่น

ตัวอย่าง

ลองนึกภาพสถานการณ์ที่สมาชิกในทีมคนหนึ่งกล่าวโทษอีกคนหนึ่งว่าทำผิดพลาด คุณอาจพูดได้ว่า:

  • The manager turned the blame on the assistant when the project failed. (ผู้จัดการโยนความผิดให้ผู้ช่วยเมื่อโครงการล้มเหลว.)
  • After the argument, she suddenly turned her anger on her best friend. (หลังจากโต้เถียงกัน เธอก็หันมาแสดงความโกรธใส่เพื่อนสนิทของเธอทันที.)
  • Don’t turn your problems on me; you need to solve them yourself. (อย่าทุ่มปัญหาของคุณมาให้ฉัน คุณต้องแก้ไขมันด้วยตัวเองนะ)
  • He turned suspicion on his colleague during the meeting. (เขาเปลี่ยนความสงสัยไปยังเพื่อนร่วมงานของเขาในระหว่างการประชุม.)
  • They turned the criticism on the new employee unfairly. (พวกเขาโยนคำวิจารณ์ไปยังพนักงานใหม่อย่างไม่เป็นธรรม.)

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “Turn sth on sb in a sentence” ถูกใช้เพื่อแสดงการโยนความรู้สึกเชิงลบหรือความผิดไปยังผู้อื่นอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

บางครั้งผู้เรียนสับสนลำดับคำหรือใช้วลีผิด นี่คือตัวอย่างบางส่วน:

  • Incorrect: She turned on him the blame.
  • Correct: She turned the blame on him.
  • Incorrect: He turned anger to his friend.
  • Correct: He turned the anger on his friend.

จำไว้ว่าควรใช้ “turn something on somebody” หรือ “turn on somebody something” เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดนะครับ/ค่ะ

ความแตกต่าง / คำพ้องความหมาย

“Turn sth on sb” คล้ายกับวลีอย่าง “point the finger at” หรือ “lay the blame on” แต่ “turn sth on sb” มักจะสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันหรือไม่คาดคิด

  • Turn sth on sb:: การเปลี่ยนโทษหรือความโกรธอย่างกะทันหัน
  • Point the finger at:: กล่าวหาใครบางคนโดยตรง
  • Lay the blame on:: มอบหมายความรับผิดชอบสำหรับสิ่งที่ไม่ดี

ในขณะที่ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการตำหนิหรือวิจารณ์ “turn sth on sb” เน้นย้ำถึงการกระทำที่เปลี่ยนสิ่งลบไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง

สำนวนที่ใช้ร่วมกันบ่อย ๆ

ผู้คนมักใช้คำว่า “turn” กับวัตถุเฉพาะเพื่อแสดงความหมายของสำนวนนี้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือตัวอย่างการใช้ร่วมกันที่พบบ่อย:

  • turn the blame on sb – to blame someone (โยนความผิดให้ใครบางคน – กล่าวโทษใครบางคน)
  • turn the anger on sb – to direct anger at someone (เปลี่ยนความโกรธไปที่ใครบางคน – การชี้ความโกรธไปยังใครบางคน)
  • turn suspicion on sb – to suspect someone (หันความสงสัยไปที่ใครสักคน – สงสัยใครบางคน)
  • turn criticism on sb – to criticize someone (หันคำวิจารณ์ไปที่ใครสักคน – วิจารณ์ใครสักคน)
  • turn attention on sb – to focus attention on someone (หันความสนใจไปที่ใครสักคน – มุ่งเน้นความสนใจไปที่ใครบางคน)

กริยาวลีที่เกี่ยวข้อง

นี่คือกริยาวลีที่เกี่ยวข้องกับ turn sth on sb:

บทสนทนาในชีวิตจริง

นี่คือบทสนทนาสั้นๆ ที่ใช้คำว่า “turn sth on sb”:

Anna: Why did you say I caused the problem?
แอนนา: ทำไมคุณถึงบอกว่าฉันเป็นสาเหตุของปัญหาน่ะ?

Mark: I didn’t want to, but I had to turn the blame on someone.
มาร์ค: ฉันไม่อยากทำแบบนั้นเลย แต่ก็จำเป็นต้องโยนความผิดให้คนอื่นอยู่ดี

Anna: That’s unfair. You shouldn’t turn your mistakes on me.
แอนนา: นั่นไม่ยุติธรรมเลย คุณไม่ควรโยนความผิดของคุณมาให้ฉันรับผิดชอบด้วยนะ

ฝึกฝน

Try to complete the sentences with the correct form of “turn sth on sb”:

  • After losing the game, the coach _______ the blame _______ the players.
  • She suddenly _______ her anger _______ her brother.
  • Don’t _______ your problems _______ me.

คำถามที่พบบ่อย

  • Q:”Turn sth on sb” สามารถใช้ในสถานการณ์ที่เป็นบวกได้ไหม? ไม่ได้ค่ะ โดยปกติจะใช้ในความหมายเชิงลบ เช่น การโทษหรือความโกรธ
  • Q:”turn sth on sb” เป็นภาษาทางการหรือไม่? มันเป็นคำที่ใช้ได้ทั้งในภาษาอังกฤษทางการและไม่เป็นทางการทั่วไป
  • Q:วัตถุ “sth” สามารถเป็นสรรพนามได้ไหม? ใช่ คุณสามารถพูดว่า “turn it on sb” ได้เลย
  • Q:ความแตกต่างระหว่าง “turn on sb” กับ “turn sth on sb” คืออะไร? “Turn on sb” หมายถึง การโจมตีหรือแสดงท่าทีเป็นศัตรูต่อใครบางคน ส่วน “turn sth on sb” หมายถึง การหันสิ่งที่เป็นลบไปยังใครบางคน.
  • Q:ฉันสามารถใช้ “turn the blame on” กับหลายคนได้ไหม? ได้ คุณสามารถพูดว่า “turn the blame on them” ได้เลยค่ะ

Your Adblocker is also blocking Videos and Tests on this website.

Please turn off the Adblocker. Thank you.