ความหมายและตัวอย่างของ “Turn sb off sth”: วิธีใช้คำกริยาวลีนี้

“Turn sb off sth” หมายความว่าอย่างไร?

“Turn sb off sth” หมายถึงทำให้ใครบางคนหมดความสนใจหรือรู้สึกไม่ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

บทนำ

วลีสกรรมกริยา “turn sb off sth” มักใช้ในภาษาอังกฤษเพื่อบรรยายสถานการณ์ที่ใครบางคนเริ่มไม่สนใจหรือรู้สึกไม่ชอบต่อบุคคล กิจกรรม หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเข้าใจความหมายของ Turn sb off sth จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถแสดงความรู้สึกไม่ชอบหรือไม่สนใจได้อย่างชัดเจน วลีนี้พบได้บ่อยทั้งในภาษาอังกฤษที่พูดและเขียน และมีประโยชน์ในการบรรยายปฏิกิริยาต่อประสบการณ์ ความคิด หรือแม้แต่คน การรู้วิธีใช้ให้ถูกต้องจะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและทำให้ภาษาอังกฤษของคุณดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

กล่องข้อมูลด่วน

  • สำนวนวลี: turn somebody off something
  • ชนิด: กริยาที่ต้องมีกรรม
  • ระดับ: B2 (ระดับบนกลาง)
  • ความหมายสั้น ๆ: ทำให้ใครบางคนหมดความสนใจในบางสิ่งบางอย่าง

โครงสร้าง (กฎไวยากรณ์)

“Turn sb off sth” เป็นคำกริยาวลีที่แยกได้ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถวางกรรม (sb) ไว้ระหว่างคำว่า “turn” กับ “off” หรือหลังคำกริยาวลีทั้งหมดก็ได้

  • Turn someone off something (ทำให้ใครบางคนไม่ชอบอะไรบางอย่าง)
  • Turn off someone something (ปิดบางสิ่งบางอย่างของใครบางคน)

อย่างไรก็ตาม เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม จะต้องวางไว้ระหว่างคำว่า “turn” กับ “off” เท่านั้น:

  • Turn her off the idea (correct) (ทำให้เธอไม่สนใจความคิดนั้น)
  • Turn off her the idea (incorrect) (ปฏิเสธความคิดนั้นของเธอ)

จะใช้คำว่า Turn sb off sth อย่างไร?

ใช้คำว่า “turn sb off sth” เมื่อคุณต้องการสื่อว่าบางสิ่งทำให้คนหมดความสนใจหรือรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับสิ่งนั้น อาจหมายถึงอาหาร กิจกรรม ความคิด หรือแม้แต่คนก็ได้

ตัวอย่างบริบท ได้แก่:

  • A bad experience turning you off a hobby (ประสบการณ์ที่ไม่ดีทำให้คุณหมดความสนใจในงานอดิเรกนั้น)
  • A smell or taste turning you off a food (กลิ่นหรือรสชาติที่ทำให้คุณรู้สึกไม่อยากกินอาหารนั้น)
  • A behavior turning someone off a person (พฤติกรรมที่ทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่ชอบหรือเบื่อหน่ายกับอีกคนหนึ่ง)

ตัวอย่าง

นี่คือตัวอย่างประโยคของคำว่า “Turn sb off sth” เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจการใช้งานของมัน:

  • The rude waiter really turned me off the restaurant. (พนักงานเสิร์ฟที่หยาบคายทำให้ฉันหมดความสนใจในร้านอาหารนั้นทันที.)
  • His bad attitude turned her off the whole project. (ทัศนคติที่ไม่ดีของเขาทำให้เธอหมดความสนใจในโครงการทั้งหมดนั้นไปเลย.)
  • The smell of the medicine turned the child off taking it. (กลิ่นของยาทำให้เด็กไม่อยากกินยาเลยค่ะ)
  • That scary movie turned him off watching horror films for a while. (หนังสยองขวัญเรื่องนั้นทำให้เขาไม่อยากดูหนังแนวสยองขวัญไปพักหนึ่งเลย.)
  • Seeing the poor quality turned me off buying that brand again. (การที่เห็นคุณภาพแย่ทำให้ฉันหมดความสนใจที่จะซื้อยี่ห้อนั้นอีกครั้ง.)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

บางครั้งผู้เรียนสับสนตำแหน่งของกรรมหรือใช้คำบุพบทผิด นี่คือตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและรูปแบบที่ถูกต้อง:

  • Incorrect: She turned off me the idea.
    Correct: She turned me off the idea.
  • Incorrect: The noise turned me from studying.
    Correct: The noise turned me off studying.
  • Incorrect: He turned me off on the food.
    Correct: He turned me off the food.

ความแตกต่าง / คำพ้องความหมาย

วลีสกรรมที่คล้ายกันได้แก่ put sb off sth และ turn sb away อย่างไรก็ตาม ทั้งสองมีความแตกต่างกัน:

  • Put sb off sth: ยังหมายถึงการทำให้ใครบางคนไม่สนใจหรือไม่ชอบบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็สามารถสื่อถึงความลังเลหรือการชะลอได้ด้วย
  • Turn sb away: หมายถึงการปฏิเสธไม่ให้ใครเข้าหรือช่วยเหลือ ไม่ใช่การหมดความสนใจ

ใช้คำว่า “turn sb off sth” เพื่อแสดงถึงการหมดความสนใจหรือรู้สึกขยะแขยง

สำนวนที่ใช้ร่วมกันบ่อย ๆ

ผู้คนมักใช้วัตถุบางอย่างร่วมกับคำว่า “turn sb off sth” เพื่ออธิบายสิ่งที่ทำให้ความสนใจลดลง ตัวอย่างการใช้ร่วมที่พบบ่อย ได้แก่:

  • Food – bad taste or smell (อาหาร – รสชาติหรือกลิ่นไม่ดี)
  • Idea – an unpleasant or boring concept (ไอเดีย – แนวคิดที่ไม่น่าสนใจหรือน่าเบื่อ)
  • Person – annoying behavior or attitude (บุคคล – พฤติกรรมหรือนิสัยที่น่ารำคาญ)
  • Activity – boring or difficult tasks (กิจกรรม – งานที่น่าเบื่อหรือยาก)
  • Movie/Book – bad quality or scary content (หนังสือ/หนัง – คุณภาพแย่หรือเนื้อหาน่ากลัว)

กริยาวลีที่เกี่ยวข้อง

นี่คือกริยาวลีที่เกี่ยวข้องกับ turn sb off sth:

บทสนทนาในชีวิตจริง

นี่คือบทสนทนาสั้นๆ ที่ใช้คำว่า “turn sb off sth”:

Anna: I used to love sushi, but the last time I tried it, it tasted strange.
แอนนา: ฉันเคยชอบซูชิมาก แต่ครั้งล่าสุดที่ลองกิน รสชาติมันแปลกไปเลยทำให้ฉันไม่อยากกินอีก

John: Really? That experience must have turned you off sushi.
จอห์น: จริงเหรอ? ประสบการณ์นั้นคงทำให้คุณไม่อยากกินซูชิอีกเลยใช่ไหม?

Anna: Exactly! I don’t think I want to eat it again anytime soon.
แอนนา: ใช่เลย! ฉันว่าไม่น่าจะอยากกินมันอีกในเร็วๆ นี้แล้วล่ะ

ฝึกฝน

Try this exercise to test your understanding of “turn sb off sth”:

Fill in the blank with the correct form of the phrasal verb:

  • The loud music ______ me ______ studying last night.
  • His bad manners really ______ her ______ going to that restaurant again.
  • The smell of the cheese ______ me ______ eating it.

คำถามที่พบบ่อย

  • “Turn sb off sth” หมายความว่าอะไร? หมายถึงทำให้ใครบางคนหมดความสนใจหรือรู้สึกไม่ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง.
  • “turn sb off sth” แยกได้ไหม? ได้ แทนที่จะวางกรรมไว้หลัง “turn off” ก็สามารถวางไว้ระหว่าง “turn” กับ “off” ได้เช่นกัน
  • ฉันสามารถใช้ “turn sb off” โดยไม่มีกรรมรองได้ไหม? ได้ แต่โดยปกติจะต้องมีกรรมรองเพื่อระบุว่าสิ่งใดเป็นสาเหตุที่ทำให้หมดความสนใจ
  • ความแตกต่างระหว่าง “turn sb off” กับ “put sb off” คืออะไร? “Turn sb off” เน้นที่การสูญเสียความสนใจหรือความรู้สึกขยะแขยง ส่วน “put sb off” อาจหมายถึงการทำให้หมดกำลังใจหรือการเลื่อนเวลาออกไปได้ด้วย
  • สามารถใช้ “turn sb off sth” ในงานเขียนทางการได้หรือไม่? มักใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการมากกว่า แต่สามารถใช้ในงานเขียนกึ่งทางการได้ ขึ้นอยู่กับโทนของงานเขียนนั้น ๆ

Your Adblocker is also blocking Videos and Tests on this website.

Please turn off the Adblocker. Thank you.