“Foist sb on sb” หมายความว่าอย่างไร?
“Foist sb on sb” หมายถึง การบังคับให้ใครบางคนที่ไม่ต้องการหรือไม่ช่วยเหลือไปอยู่กับอีกคนหนึ่ง โดยมักจะทำโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือขัดกับความต้องการของอีกฝ่าย
บทนำ
วลี “Foist sb on sb” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้เมื่อมีการส่งต่อใครบางคนไปยังอีกคนหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่เหมาะสม โดยมักเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบหรือการอยู่ร่วมที่ไม่ต้องการ การเข้าใจความหมายของ foist sb on sb ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักสถานการณ์ที่มีการโยนภาระคนอื่นให้กับใครบางคน โดยมักเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด สำนวนนี้เป็นแบบไม่เป็นทางการแต่มีประโยชน์ทั้งในการพูดและเขียนภาษาอังกฤษ เน้นให้เห็นว่าบางครั้งคนหนึ่งอาจถูกบังคับให้รับคนอื่นมาอยู่ด้วย ซึ่งอาจสร้างความไม่สบายใจหรือความไม่สะดวกได้
กล่องข้อมูลด่วน
- สำนวนวลี: “foist somebody on somebody”
- ชนิด: กริยาที่ต้องมีกรรม
- ระดับ: B2
- ความหมายสั้น ๆ: บังคับให้ใครบางคนที่ไม่ต้องการไปอยู่กับอีกคนหนึ่ง
โครงสร้าง (กฎไวยากรณ์)
“Foist sb on sb” เป็นวลีคำกริยาที่ไม่สามารถแยกได้ คุณไม่สามารถแทรกกรรมตรงกลางระหว่าง “foist” กับ “on” ได้ โครงสร้างคือ:
-
foist + somebody (the person being forced) + on + somebody (the person receiving)
ตัวอย่างรูปแบบ: foist someone on someone
จะใช้คำว่า “Foist sb on sb” อย่างไร?
ใช้คำว่า “foist sb on sb” เมื่ออธิบายสถานการณ์ที่มีการบังคับให้ใครสักคนต้องรับผิดชอบหรืออยู่กับอีกคนหนึ่ง โดยมักจะเป็นไปโดยไม่เต็มใจ และมักสื่อถึงความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับความสัมพันธ์หรือความรับผิดชอบที่ถูกบังคับนี้
มันเป็นเรื่องปกติในสถานการณ์ไม่เป็นทางการ เช่น การสนทนาเกี่ยวกับครอบครัว งาน หรือสถานการณ์ทางสังคม ที่มีคนหนึ่งถูก “Foist sb on sb” หรือถูกยัดเยียดภาระจากอีกคนหนึ่ง
ตัวอย่าง
ลองจินตนาการว่ามีเพื่อนคนหนึ่งทิ้งคุณไว้ให้ดูแลลูกพี่ลูกน้องที่น่ารำคาญของเขา คุณอาจจะพูดว่า:
- She foisted her cousin on me during the party, and I didn’t know what to do. (เธอจับญาติของเธอให้มารบกวนฉันในงานเลี้ยง ทำให้ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี)
- The manager foisted the new intern on the team without asking anyone. (ผู้จัดการบังคับให้ทีมรับเด็กฝึกงานใหม่เข้ามาโดยไม่ถามใครเลย.)
- They tried to foist their problems on us instead of solving them themselves. (พวกเขาพยายามโยนปัญหาของตัวเองให้เราแทนที่จะหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง.)
- He was foisted on the family after his parents moved abroad. (เขาถูกบังคับให้มาอยู่กับครอบครัวหลังจากที่พ่อแม่ของเขาย้ายไปต่างประเทศ.)
- Don’t foist your duties on me when I’m already busy! (อย่าฝากหน้าที่ของคุณมาให้ฉันทำในตอนที่ฉันยุ่งอยู่แล้ว!)
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าประโยคนี้ถูกใช้เพื่อบรรยายถึงการกำหนดหรือบังคับที่ไม่พึงประสงค์อย่างไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
บางครั้งผู้คนสับสนระหว่างคำว่า “foist sb on sb” กับวลีที่คล้ายกัน หรือใช้ลำดับคำผิด นี่คือตัวอย่าง:
- Incorrect: Foist on me him.
- Correct: Foist him on me.
- Incorrect: Foist sb off on sb (adding “off” is wrong).
- Correct: Foist sb on sb.
จำไว้ว่า คุณไม่สามารถแยกคำว่า “foist” กับ “on” ออกจากกันได้ และกริยานี้ต้องตามด้วยบุคคลที่ถูก foist ทันที
ความแตกต่าง / คำพ้องความหมาย
“Foist sb on sb” คล้ายกับวลีอย่าง “dump sb on sb” หรือ “impose sb on sb” แต่มีความแตกต่างเล็กน้อย
- Dump sb on sb:: เป็นกันเองมากขึ้นและบางครั้งก็ดุขึ้น หมายถึงการละทิ้งความรับผิดชอบ
- Impose sb on sb:: เป็นทางการมากขึ้น บ่งบอกถึงการบังคับใครบางคนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- Foist sb on sb:: มักหมายถึงการบังคับใครบางคนไปยังอีกคนหนึ่งอย่างไม่ยุติธรรมหรือแอบแฝง
ใช้คำว่า “foist” เมื่อคุณต้องการเน้นถึงความไม่ยุติธรรมหรือความลับๆ ล่อๆ ของการกระทำนั้น
สำนวนที่ใช้ร่วมกันบ่อย
ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน “foist sb on sb” มักจะปรากฏร่วมกับวัตถุทั่วไปเหล่านี้:
- Children: Foist children on a relative means forcing someone to take care of kids. (เด็ก: “Foist children on a relative” หมายถึงการบังคับให้ใครสักคนต้องดูแลเด็ก ๆ)
- Responsibilities: Can be used metaphorically to mean passing duties to someone. (ความรับผิดชอบ: สามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการโยนหน้าที่ให้กับผู้อื่นได้)
- Guests: Unwanted visitors passed to someone else. (แขก: ผู้มาเยือนที่ไม่ต้องการถูกส่งต่อไปยังคนอื่น)
- Problems: Personal or work problems forced onto another person. (ปัญหา: ปัญหาส่วนตัวหรือปัญหางานที่ถูกบังคับให้คนอื่นรับผิดชอบแทน)
กริยาวลีที่เกี่ยวข้อง
นี่คือกริยาวลีที่เกี่ยวข้องกับ foist sb on sb:
บทสนทนาในชีวิตจริง
นี่คือตัวอย่างบทสนทนาแบบธรรมชาติที่ใช้คำว่า “foist sb on sb”:
Alice: I can’t believe Mark foisted his little brother on me during the trip.
อลิซ: ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า มาร์คจะยัดเยียดน้องชายของเขาให้ฉันดูแลตลอดทริปนี้
Ben: Yeah, that was unfair. You didn’t sign up for extra company.
เบน: ใช่ นั่นไม่ยุติธรรมเลย คุณไม่ได้สมัครใจที่จะต้องรับคนเพิ่มมาอยู่ด้วยนะ
Alice: Exactly! I had my own plans, but he just showed up.
อลิซ: ใช่เลย! ฉันวางแผนของตัวเองไว้แล้ว แต่เขาก็โผล่มาโดยที่ฉันไม่ได้ตั้งใจเลย
ฝึกฝน
Try this exercise to practice “foist sb on sb”:
Choose the correct sentence:
- A) She foisted her dog me on.
- B) She foisted me on her dog.
- C) She foisted her dog on me.
Correct answer: C
คำถามที่พบบ่อย
- Q: “foist sb on sb” เป็นทางการหรือไม่ทางการ? A: ส่วนใหญ่เป็นแบบไม่ทางการและใช้ในบทสนทนาประจำวันค่ะ/ครับ
- Q: ฉันสามารถแยกคำว่า “foist” กับ “on” ออกจากกันได้ไหม? A: ไม่ได้ค่ะ “foist” กับ “on” ต้องอยู่ด้วยกันเสมอ
- Q: คำว่า “foist” สามารถใช้กับสิ่งอื่นนอกจากคนได้ไหม? A: ใช่ คุณสามารถ foist ความรับผิดชอบหรือปัญหาต่างๆ ให้กับใครบางคนได้ครับ/ค่ะ
- Q: โทนเสียงเมื่อใช้ “foist sb on sb” เป็นอย่างไร? A: โดยปกติจะมีโทนเสียงในเชิงลบหรือตำหนิร้องเรียนค่ะ
- Q: คำว่า “foist on” ใช้กับคำสรรพนามได้ไหม? A: ใช่ เช่น ตัวอย่าง “foist him on me.”

