“Drop behind sth” หมายความว่าอย่างไร?
“Drop behind sth” หมายถึง การตกกลับหรือตามหลังบางสิ่งบางอย่าง โดยมักใช้ในบริบทของความก้าวหน้าหรือสถานะ ใช้เมื่อใครบางคนหรือบางสิ่งไม่สามารถตามคนอื่นทันได้
บทนำ
วลี “drop behind sth” เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความก้าวหน้า การแข่งขัน หรือสถานะทางกายภาพ โดย “sth” ย่อมาจาก “something” หมายถึงสิ่งที่คุณกำลังตามหลัง การเข้าใจความหมายของ drop behind sth ช่วยให้ผู้เรียนสามารถบรรยายสถานการณ์ที่ตนเองหรือผู้อื่นไม่สามารถรักษาระดับเดียวกับใครหรือสิ่งใดได้ เช่น ในการแข่งขันวิ่ง หากนักวิ่งคนหนึ่ง drop behind ผู้นำ หมายความว่าเขาเริ่มตามหลังในตำแหน่ง วลีนี้สามารถใช้ได้ในหลายบริบท เช่น งาน การศึกษา กีฬา หรือเทคโนโลยี การรู้วิธีใช้ “drop behind sth” อย่างถูกต้องจะช่วยพัฒนาการสื่อสารของคุณให้ชัดเจนขึ้นเมื่อต้องบอกถึงการตามหลังในสถานการณ์ต่างๆ
กล่องข้อมูลด่วน
- วลีสกรรม: drop behind something
- ชนิด: กริยาอกรรมกริยา
- ระดับ: B1 (ระดับกลาง)
- ความหมายสั้น ๆ: ตกกลับหรือช้ากว่าบางสิ่งหรือบางคน
โครงสร้าง (กฎไวยากรณ์)
“Drop behind sth” เป็นวลีสกรรมที่ไม่แยกจากกัน โครงสร้างง่ายๆ คือ:
-
Subject + drop + behind + object (something/someone)
เพราะมันแยกออกจากกันไม่ได้ คุณจึงไม่สามารถวางกรรมไว้ระหว่างคำว่า “drop” กับ “behind” ได้
Example: She dropped behind the others in the race. (Correct) (เธอวิ่งตามหลังคนอื่นๆ ในการแข่งขัน)
ผิด: เธอทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง
ใช้คำว่า “Drop behind sth” อย่างไร?
ใช้คำว่า “drop behind sth” เมื่อคุณต้องการอธิบายว่าบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งล้าหลังในเรื่องตำแหน่ง ความก้าวหน้า หรือสถานะเมื่อเทียบกับมาตรฐานหรือกลุ่มที่คาดหวัง โดยมักใช้ในบริบทการแข่งขัน กำหนดเวลา หรือการจัดวางตำแหน่งทางกายภาพ
มันสามารถใช้ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตได้:
- Present: They often drop behind their classmates. (ปัจจุบัน: พวกเขามักจะตามเพื่อนร่วมชั้นไม่ทันอยู่เสมอ.)
- Past: He dropped behind the team last season. (อดีต: เขาตกอันดับตามหลังทีมในฤดูกาลที่แล้ว.)
- Future: If you don’t study, you will drop behind in your work. (อนาคต: ถ้าเธอไม่ตั้งใจเรียน เธอจะตามงานไม่ทันแน่นอน.)
ตัวอย่าง
นี่คือตัวอย่างบางส่วนเพื่อดูการใช้ “drop behind sth” ในสถานการณ์จริง:
- During the marathon, Maria dropped behind the leading runners after the 10th mile. (ระหว่างการแข่งขันมาราธอน มาเรียเริ่มตามหลังนักวิ่งกลุ่มนำหลังจากผ่านไมล์ที่ 10 ไปแล้ว)
- Our company dropped behind competitors because of slow innovation. (บริษัทของเราตามหลังคู่แข่งเนื่องจากนวัตกรรมที่ล่าช้า.)
- John dropped behind his classmates when he missed several lessons. (จอห์นตามเพื่อนร่วมชั้นไม่ทันเมื่อเขาขาดเรียนหลายครั้ง.)
- Don’t drop behind the schedule; we need to finish this project on time. (อย่าทิ้งช่วงเวลาล่าช้า เราต้องทำโครงการนี้ให้เสร็จตรงเวลาให้ได้.)
- She dropped behind in her payments and had to pay a late fee. (เธอจ่ายเงินล่าช้าและต้องเสียค่าปรับเนื่องจากชำระไม่ทันเวลา.)
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “drop behind sth” ใช้เพื่อบรรยายการถอยหลังในตำแหน่ง ความก้าวหน้า หรือสถานะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เรียนหลายคนสับสนกับตำแหน่งของกรรมหรือใช้วลีผิด ตัวอย่างมีดังนี้:
- Incorrect: He dropped the team behind in the race.
- Correct: He dropped behind the team in the race.
- Incorrect: She dropped behind quickly the others.
- Correct: She dropped behind the others quickly.
จำไว้ว่าคำว่า “behind” จะตามหลังคำว่า “drop” โดยตรงเสมอ และวัตถุจะตามหลังคำว่า “behind”
ความแตกต่าง / คำพ้องความหมาย
บางครั้ง “drop behind sth” มักถูกสับสนกับวลีที่คล้ายกันอย่าง “fall behind,” “lag behind,” หรือ “get behind”
- Drop behind vs. fall behind:: ทั้งสองคำหมายถึงการตามหลัง แต่ “fall behind” ใช้กันทั่วไปกว่าและใช้ได้ในบริบทที่กว้างกว่าค่ะ
- Drop behind vs. lag behind:: “Lag behind” เน้นถึงความก้าวหน้าที่ช้า หรือความล่าช้า มักเกี่ยวกับเวลา หรือการพัฒนา
- Drop behind vs. get behind:: “Get behind” อาจหมายถึงการสนับสนุนหรือการทำงานล่าช้า ดังนั้นบริบทจึงสำคัญ
แม้ว่า กริยาเหล่านี้จะคล้ายกัน แต่ “drop behind” มักใช้กับการจัดตำแหน่งทางกายภาพหรือการแข่งขัน เช่น ในการแข่งขันวิ่งหรือการจัดอันดับ
สำนวนที่ใช้ร่วมกันบ่อย
นี่คือคำที่ใช้บ่อยกับคำว่า “drop behind”:
- Drop behind the leader: fall back compared to the first person in a race or competition. (Drop behind the leader: ตกเป็นรองผู้นำในสนามแข่งหรือการแข่งขัน)
- Drop behind schedule: fail to keep up with planned deadlines. (ล้าหลังตารางเวลา: ไม่สามารถทำตามกำหนดเวลาที่วางแผนไว้ได้ทัน)
- Drop behind classmates: lag in academic progress. (“Drop behind classmates”: ตามหลังเพื่อนร่วมชั้นในความก้าวหน้าทางการเรียน)
- Drop behind competitors: lose advantage in business or sports. (“Drop behind competitors”: เสียเปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจหรือกีฬา)
- Drop behind in payments: be late in paying bills or debts. (“Drop behind in payments” หมายถึง การชำระบิลหรือหนี้สินล่าช้า)
กริยาวลีที่เกี่ยวข้อง
นี่คือกริยาวลีที่เกี่ยวข้องกับ drop behind sth:
บทสนทนาในชีวิตจริง
นี่คือบทสนทนาสั้นๆ ที่ใช้คำว่า “Drop behind sth”:
Anna: I noticed you dropped behind the group during the hike yesterday. Are you okay?
แอนนา: ฉันสังเกตเห็นว่าคุณเดินตามกลุ่มไม่ทันระหว่างเดินปเมื่อวานนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า?
Ben: Yes, I was feeling tired, so I dropped behind for a while.
เบน: ใช่ ฉันรู้สึกเหนื่อยเลยช้ากว่าคนอื่นไปสักพักหนึ่ง
Anna: No problem. Just try not to drop behind too much next time; we want to stay together.
แอนนา: ไม่มีปัญหา แค่พยายามอย่าทิ้งระยะห่างมากเกินไปในครั้งหน้า เราอยากให้เดินไปด้วยกันนะ
ฝึกฝน
Fill in the blanks with the correct form of “drop behind sth”:
- If you don’t finish your homework, you will ________ your classmates.
- During the final lap, the runner ________ the leader.
- Our project ________ schedule because of delays.
- She didn’t want to ________ the others in the competition.
- They have been ________ in payments for two months.
คำถามที่พบบ่อย
- “Drop behind sth” หมายความว่าอย่างไร? หมายถึงการตกกลับไปข้างหลังหรือตามหลังใครบางคนหรือบางสิ่งในเรื่องตำแหน่งหรือความก้าวหน้า
- “drop behind” แยกได้ไหม? ไม่ได้ “drop behind” ไม่แยกกัน; กรรมจะตามหลังคำว่า “behind” เสมอ.
- ฉันสามารถใช้คำว่า “drop behind” กับเวลา หรือ ตารางเวลาได้ไหม? ใช่ คุณสามารถใช้คำว่า “drop behind schedule” เพื่อหมายถึงการล่าช้ากว่ากำหนดเวลาได้ค่ะ
- ความแตกต่างระหว่าง “drop behind” กับ “fall behind” คืออะไร? “Fall behind” ใช้กันทั่วไปและกว้างกว่า ในขณะที่ “drop behind” มักใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับทางกายภาพหรือการแข่งขันมากกว่า
- “Drop behind” สามารถใช้ได้ในทุกกาลไหม? ใช่ สามารถใช้ได้ทั้งกาลอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค

