ความหมายของ Fall behind sb ตัวอย่าง และวิธีใช้วลีคำกริยา

“Fall behind sb” หมายความว่าอย่างไร?

“Fall behind sb” หมายถึง การเคลื่อนที่ช้ากว่าคนอื่นหรือไม่สามารถตามความก้าวหน้าของพวกเขาได้ มักใช้ในบริบทของงาน การเรียน หรือการแข่งขัน

บทนำ

วลี fall behind sb เป็นคำกริยาวลีที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ เพื่อบรรยายสถานการณ์ที่ใครบางคนไม่สามารถตามทันคนอื่นหรือกลุ่มคนได้ มักใช้ในบริบทเช่น โรงเรียน งาน กีฬา หรือภารกิจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้า ความหมายของ fall behind sb นั้นง่ายมาก คือหมายถึงการตามหลังหรือช้ากว่าคนอื่น การเข้าใจวลีนี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถแสดงความล่าช้าหรือความยากลำบากในการตามคนอื่นได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ คู่มือนี้จะอธิบายวิธีการใช้ “fall behind sb” อย่างถูกต้องพร้อมตัวอย่างและคำแนะนำ

กล่องข้อมูลด่วน

  • สำนวนวลี: fall behind somebody
  • ชนิด: กริยาอกรรมกริยา (ไม่ต้องการกรรมโดยตรง)
  • ระดับ: B1 (ระดับกลาง)
  • ความหมายสั้น ๆ: ตามใครไม่ทันหรือไม่ทันคนอื่น

โครงสร้าง (กฎไวยากรณ์)

“Fall behind sb” เป็นคำกริยาวลีที่แยกไม่ได้ คุณไม่สามารถแยกคำว่า “fall” และ “behind” ออกจากกันได้ และมักจะตามด้วยบุคคลหรือกลุ่มที่คุณเปรียบเทียบด้วยเสมอ

    Correct pattern: fall behind + somebody Incorrect pattern: fall + somebody + behind

Example: She fell behind her classmates. (เธอทำคะแนนตกหล่นตามเพื่อนร่วมชั้นไป)

วิธีใช้คำว่า “Fall behind sb” คืออะไร?

ใช้คำว่า “fall behind sb” เมื่อคุณต้องการสื่อว่าคนใดคนหนึ่งช้ากว่าหรือก้าวหน้าน้อยกว่าคนหรือกลุ่มอื่น มักใช้พูดถึงความก้าวหน้าในการเรียน งาน หรือการแข่งขัน

  • To talk about academic progress: He fell behind his peers in math. (เขาตกขบวนเพื่อนร่วมชั้นในวิชาคณิตศาสตร์)
  • To describe work tasks: They fell behind their schedule at work. (พวกเขาทำงานไม่ทันตามกำหนดเวลาที่วางไว้ในที่ทำงาน)
  • In sports: The runner fell behind the others early in the race. (ในการแข่งขันกีฬา นักวิ่งคนนั้นตามหลังคนอื่นตั้งแต่ช่วงต้นของการแข่งขันแล้ว)

ตัวอย่าง

นี่คือตัวอย่างประโยคธรรมชาติที่ใช้คำว่า “fall behind sb in a sentence”:

  • After missing several classes, Maria fell behind her classmates. (หลังจากที่มาเรียขาดเรียนหลายครั้ง เธอก็เรียนตามเพื่อนร่วมชั้นไม่ทัน)
  • The company fell behind its competitors in adopting new technology. (บริษัทล้าหลังคู่แข่งในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้)
  • John fell behind his friends while hiking because he was tired. (จอห์นตามเพื่อนไม่ทันขณะเดินป่าเพราะเขารู้สึกเหนื่อย)
  • Students who don’t study regularly often fall behind their peers. (นักเรียนที่ไม่ขยันเรียนอย่างสม่ำเสมอมักจะตามเพื่อนไม่ทันอยู่เสมอ.)
  • We can’t afford to fall behind the market leaders if we want to succeed. (ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราไม่สามารถปล่อยให้ตามหลังผู้นำตลาดได้.)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เป็นเรื่องปกติที่จะสับสนกับคำว่า “fall behind sb” กับสำนวนที่คล้ายกันหรือใช้ลำดับคำผิด นี่คือตัวอย่างบางส่วน:

  • Incorrect: She fell her friends behind.
  • Correct: She fell behind her friends.
  • Incorrect: They fall behind to the others.
  • Correct: They fell behind the others.

ความแตกต่าง / คำพ้องความหมาย

ผู้คนมักสับสนระหว่างคำว่า “fall behind sb” กับ “lag behind” หรือ “get behind” แม้ว่าจะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ก็มีความแตกต่างเล็กน้อย

  • Fall behind sb:: ก้าวหน้าช้ากว่าคนอื่น
  • Lag behind:: ความหมายคล้ายกันแต่มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการหรือเชิงเทคนิคมากกว่า
  • Get behind:: หมายถึงการล่าช้าหรือไม่ทำงานให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด โดยมักจะสื่อถึงงานที่คั่งค้างอยู่

ตัวอย่าง: เธอ “fell behind” เพื่อนร่วมชั้น (ความก้าวหน้า) กับ เขาทำการบ้านไม่ทัน (งานล่าช้า)

สำนวนที่ใช้ร่วมกันบ่อย ๆ

นี่คือวัตถุหรือวลีทั่วไปที่ใช้กับคำว่า “fall behind sb”:

  • Fall behind schedule: To not keep up with planned timelines. (ล่าช้ากว่ากำหนด: ไม่สามารถทำตามเวลาที่วางแผนไว้ได้ทัน)
  • Fall behind classmates/peers: To be slower than others in learning or progress. (“Fall behind classmates/peers”: ช้ากว่าคนอื่นในการเรียนรู้หรือความก้าวหน้า)
  • Fall behind competitors: To lose ground in business or sports. (Fall behind competitors: เสียเปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจหรือกีฬา)
  • Fall behind payments: To delay paying money owed. (Fall behind payments: การล่าช้าในการชำระเงินที่ค้างชำระ)

กริยาวลีที่เกี่ยวข้อง

นี่คือกริยาวลีที่เกี่ยวข้องกับ fall behind sb:

บทสนทนาในชีวิตจริง

นี่คือตัวอย่างบทสนทนาสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่า “fall behind sb” ถูกใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร

Anna: I’m worried about my project. I think I’m falling behind the others.
แอนนา: ฉันกังวลเกี่ยวกับโปรเจกต์ของตัวเองนะ รู้สึกว่าฉันทำงานไม่ทันคนอื่นแล้ว

Mark: Don’t worry. You can catch up if you work a little extra this week.
มาร์ค: ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณขยันทำงานเพิ่มอีกหน่อยในสัปดาห์นี้ คุณก็จะตามทันได้เอง

Anna: Thanks! I’ll try not to fall behind again.
แอนนา: ขอบคุณนะ! ฉันจะพยายามไม่ให้ตามหลังอีกครั้งแล้วกัน

ฝึกฝน

Try to complete the sentences below with the correct form of the phrase:

  • After missing several meetings, he ________ the team in completing the project.
  • We can’t afford to ________ our competitors if we want to grow.
  • She studied hard because she didn’t want to ________ her classmates.

Answers: fell behind, fall behind, fall behind

คำถามที่พบบ่อย

  • Q: “fall behind sb” เป็นทางการหรือไม่ทางการ? A: เป็นคำที่เป็นกลางและสามารถใช้ได้ทั้งในบริบททางการและไม่ทางการ
  • Q: สามารถใช้ “fall behind” โดยไม่มี “sb” ได้ไหม? A: ได้ แต่ความหมายจะเปลี่ยนไป “Fall behind” เพียงอย่างเดียวมักหมายถึงการล่าช้าในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร
  • Q: ความแตกต่างระหว่าง “fall behind” กับ “get behind” คืออะไร? A: “Fall behind” เน้นที่ความก้าวหน้าช้า ส่วน “get behind” มักหมายถึงการมีงานค้างสะสม.
  • Q: ฉันสามารถใช้ “fall behind sb” ในรูปอดีตกาลได้ไหม? A: ได้ เช่น ตัวอย่าง “She fell behind her classmates.”
  • Q: “fall behind sb” แยกคำได้ไหม? A: ไม่ได้ คุณไม่สามารถแยกคำว่า “fall” กับ “behind” ออกจากกันได้

Your Adblocker is also blocking Videos and Tests on this website.

Please turn off the Adblocker. Thank you.